โครงการสนับสนุนการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนคว..

โครงการสนับสนุนการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในความรู้วิชาชีพ

   

"…ขณะนี้ยังมีบุคคลอีกจำนวนมาก ที่มีความตั้งใจจริงมีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐาน
และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่าง ๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้
ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนาย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…
"

-—————— —————-
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
พระราชทานแก่ พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการคนแรกมูลนิธิพระดาบส พ.ศ. 2518

         

โครงการพระดาบส โครงการตามกระแสพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ข้อมูลจาก: สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)

 
ความเป็นมา
          ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงมีพระราชดำริว่า ขณะนี้ยังมีบุคคลอีกจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐานและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ ที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่าง ๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้ ในการช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ได้ ทรงรำลึกถึงวิธีการประสิทธิ์ประสาทวิชาของครูบาอาจารย์ในโบราณกาล เช่น พระดาบส ฯลฯ ว่าในยุคสมัยนั้นผู้ที่ต้องการเป็นลูกศิษย์ของพระดาบส จะต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจศรัทธาอย่างแท้จริง เพราะพระดาบสนั้นท่านจำศีลภาวนาอยู่ในป่าดงพงไพรกันดาร ผู้ที่จะไปหาต้องขึ้นเขาลงห้วยบุกป่า ฝ่าดงด้วยความลำบากแสนเข็ญ เมื่อไปพบพระดาบสจึงเข้าไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ก่อนที่พระดาบสจะรับตัวเข้าเป็นลูกศิษย์ ท่านจะทดสอบความศรัทธา ความอดทนอีกหลายประการ จนเป็นที่แน่ใจว่า ผู้ที่มาสมัครเป็นลูกศิษย์นั้น มีความตั้งใจอยากได้วิชาจริง ท่านจึงรับเข้าไว้เป็นลูกศิษย์ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ตามที่ท่านถนัด โดยไม่คิดค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ลูกศิษย์นั้นจะต้องปรนนิบัติรับใช้ เช่น หาผลไม้มาให้ขบฉัน ทำความสะอาดอาศรมกุฏิ ฯลฯ จนกระทั่งลูกศิษย์นั้นมีความรู้เพียงพอ จึงกราบลาพระอาจารย์กลับบ้านกลับเมือง เพื่อนำความรู้ศิลปศาสตร์ที่พระอาจารย์ถ่ายทอดไปใช้ประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นต่อไป ดังเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ ของไทย เช่น จันทโครพ พระอภัยมณี เป็นต้น จึงทรงคิดดำริตั้ง "โครงการพระดาบส" ขึ้นมาด้วยทุนส่วนพระองค์ จำนวน 5 ล้านบาท

          "…หากนำเอาวิธีการประสิทธิ์ภาพประสาทวิชาการของดาบสมาประยุกต์ใช้ โดยจัดเป็นรูปการศึกษานอกระบบแล้ว นอกจากจะช่วยให้ผู้มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ได้ความรู้เป็นวิชาชีพแล้ว ยังช่วยให้ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีศีลธรรมจรรยา มีน้ำใจ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาสังคมส่วนรวมได้ผลยิ่งขึ้น แต่ในยุคปัจจุบันนี้ป่าธรรมชาติ ที่เป็นที่พำนักอาศัยของดาบสนั้นนับวันจะน้อยลงไป จึงจำเป็นต้องใช้ป่าสังเคราะห์ หรือป่าคอนกรีตเป็นที่ตั้งสำนักพระดาบสแทน…"


          แนวกระแสพระราชดำริดังกล่าว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้ พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ รับไปดำเนินการทดลองเปิดอบรมวิชาช่างไฟฟ้าวิทยุขึ้นก่อน โดยใช้สถานที่ของสำนักพระราชวัง ณ บ้านเลขที่ 384/386 ถนนสามแสน ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี แล้วเปิดรับบุคคลที่มีความตั้งใจจริงที่จะหาความรู้ใส่ตน โดยไม่จำกัดเพศ อายุ และความรู้ รวมทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่ผ่านศึก และทุพพลภาพได้เข้าเรียน สำหรับครูหรือพระดาบสอาสาสมัครนั้นจะเป็นผู้มีความรู้ ความศรัทธา อาสาสมัครโดยเสด็จพระราชกุศล และมีคุณลักษณะพิเศษคือ มีความยินดีเสียสละให้ความรู้ของตนเป็นวิทยาทานโดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น
          การทดลองได้เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2519 โดยมีผู้เข้าอบรม 9 คน ในขั้นแรกได้กำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไว้ 1 ปี ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรม จะสามารถซ่อมเครื่องรับวิทยุได้ แต่เมื่อปฏิบัติจริงแล้ว ปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น ระหว่างการฝึกอบรม นอกจากวิชาช่างไฟฟ้าวิทยุ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ยังมีการอบรมศีลธรรมจรรยาและให้เคารพรักครูบาอาจารย์ ชาติ ศาสนา มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติพอสมควรแล้ว สำนักงานโครงการฯ ได้เปิดบริการรับซ่อมเครื่องไฟฟ้าวิทยุ และรับงานติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร ภายใต้การควบคุมดูแลของพระดาบส ผู้อบรม เพื่อให้ผู้ที่เข้าอบรมมีความรู้ประสบการณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งเป็นการหารายได้ให้แก่ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมในรูปสหกรณ์
          
การดำเนินงานตามโครงการนี้ระยะแรก ๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนประมาณเดือนละ 5,000 บาท เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมตามหลักสูตรแล้ว ได้ทำการทดสอบวัดผล ปรากฎว่าสอบได้ 7 คน นับได้ว่าได้ผลดีเกินคาด และเป็นไปตามกระแสพระราชดำริทุกประการ เพราะผู้ที่เข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพต่าง ๆ บางคนมีปัญหาชีวิตประจำวัน หากปล่อยทิ้งไว้จะเสียคนเป็นปัญหาสังคม เช่น ยาเสพติด เป็นอาชญากร ฯลฯ อย่างแน่นอน แต่เมื่อเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการนี้แล้ว สามารถกลับเนื้อกลับตัวได้ จึงเชื่อว่าผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนได้รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ประกอบกับมีศรัทธาที่จะได้รับความรู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ตั้งอกตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจัง นับว่ากระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้บังเกิดเป็นความจริงขึ้นแล้ว
          หลังจากเปิดการฝึกอบรมแล้ว 1 รุ่น และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สำนักงานโครงการฯ จึงได้ทดลองการเปิดอบรมหลักสูตรช่างไฟฟ้าวิทยุชั้นกลางขึ้น ซึ่งผู้สำเร็จการฝึกอบรมจากหลักสูตรนี้ สามารถซ่อมเครื่องรับโทรทัศน์สีและขาวดำได้ การทดลองในหลักสูตรช่างไฟฟ้าวิทยุในชั้นกลาง ปรากฎว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน จึงได้เปิดอบรมรุ่นต่อ ๆ ไปขึ้น กับได้เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรช่างเครื่องยนต์ขึ้นอีกหลักสูตรหนึ่ง ต่อมาสำนักงานโครงการฯ ได้พิจารณาเห็นว่า การรับการฝึกอบรมในหลักสูตรช่างไฟฟ้าวิทยุก็ดี ช่างเครื่องยนต์ก็ดี ก่อนที่จะเข้ารับการฝึกอบรม ควรให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานทางช่างทั่วไปก่อน จึงได้เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมช่างขึ้นใช้ระยะเวลา 3 เดือน หลักสูตรนี้นอกจากจะให้ความรู้พื้นฐานทางช่างแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะทดสอบความตั้งใจ ความศรัทธา อดทนของผู้เข้ารับการอบรม และพระดาบสอาสาสมัครที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมในแต่ละสาขาวิชา จะได้มีโอกาสพิจารณาคัดเลือกลูกศิษย์เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ตนมีใจรัก และสติปัญญาของตนจะเอื้ออำนวยให้ศิษย์คนใดสติปัญญาไม่อำนวย เฉลียวฉลาดไม่เพียงพอที่จะศึกษาอย่างลึกซึ้งในหลักสูตรที่ค่อนข้างยุ่งยาก และซับซ้อนมีการคิดคำนวณมาก เช่น ช่างวิทยุ พระดาบสก็พิจารณาคัดเลือกให้ไปศึกษาในหลักสูตรที่ไม่ต้องใช้สมองมาก เช่น ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเชื่อม ช่างเคาะ พ่นสี เป็นต้น
          การจัดการศึกษานอกระบบ ในลักษณะโครงการตามกระแสพระราชดำรัส จึงนับได้ว่าเป็นโครงการที่นำร่องให้มีการพัฒนาระบบ การศึกษาของประเทศเป็นรูปการศึกษานอก โรงเรียนขึ้น ตั้งแต่นั้นมา โดยที่ลักษณะงานของโครงการนี้คล้ายคลึงกับงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผนวกโครงการพระดาบสไว้เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2521 เป็นการชั่วคราว

          ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนเป็นโรงเรียน ผู้ใหญ่พระดาบสกรมการศึกษานอกโรงเรียนและเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระ บรมราชานุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิพระดาบสขึ้น ซึ่งได้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2533
ผลการดำเนินงาน

          โครงการพระดาบสนี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบัน โรงเรียนผู้ใหญ่พระดาบสได้ทำการสอนวิชาชีพ แขนงต่าง ๆ ไปแล้ว ได้แก่ หลักสูตรเตรียมช่าง ใช้ระยะเวลาการศึกษา 3 เดือน หลักสูตรช่างไฟฟ้าการกำลัง ใช้ระยะเวลาการ ศึกษา 1 ปี หลักสูตรช่างประปาภายในอาคาร และช่างเครื่องสุขภัณฑ์ ใช้ระยะเวลาการศึกษา 9 เดือน และหลักสูตรพนักงาน ขับรถ ใช้ระยะเวลาการศึกษา 5 เดือน มีผู้ที่ผ่านหลักสูตรดังกล่าวสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ตามแนวกระแสพระราชดำริ จำนวน 632 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่ได้เข้ารับการอบรมครบถ้วนตามหัวข้อวิชา และชั่วโมงเรียนตามที่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร หลัก คือ หลักสูตรช่างไฟฟ้าวิทยุโทรทัศน์ และหลักสูตรช่างเครื่องยนต์ จำนวน 232 คน
          เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มีคณะกรรมการจัดการทุนโครงการพระดาบสขึ้น โดยมีคุณหญิง วัลลีย์ พงษ์พาณิช เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการดังกล่าวได้ติดต่อประสานงานเชิญชวน และจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อจัดหาเงินและสิ่งของ โดยเฉพาะข้าวสาร โดยเสด็จพระราชกุศล เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2524 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือกำกับดูแลโครงการพระดาบสอีกหนทางหนึ่ง     

          โดยที่การฝึกอบรมตามโครงการนี้ จะได้ผลต่อเมื่อ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเข้าพักอาศัยในสำนักงานโครงการตลอดการฝึกอบรม ซึ่งเกิดปัญหาสถานที่พักอาศัยไม่เพียงพอ เมื่อปี 2527 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักงานโครงการฯ ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนและหอพักเพิ่มเติมอีก 1 หลัง โดยใช้เงินของโครงการฯ ในวงเงิน 1.8 ล้านบาท เป็นการแก้ไขปัญหา อาคารหลังนี้ได้รับความร่วมมือจากกรมโยธาธิการออกแบบ รายการก่อสร้าง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ให้ความอนุเคราะห์ดำเนินการตามขั้นตอน
          อนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2533 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้โรงเรียนช่างฝีมือมักกะสัน การรถไฟแห่งประเทศไทยเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนช่างฝีมือพระดาบส การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยจะทำการฝึกอบรมบุตรหลานของพนักงานรถไฟให้เป็นช่างฝีมือเจริญรอยตามแนวกระแสพระราชดำริเกี่ยวกับ โครงการพระดาบส โรงเรียนนี้ได้ เปิดการอบรมมาแล้วรวม 3 รุ่น มีผู้สำเร็จการอบรมไปแล้วรวม 150 คน
          การบริการตรวจซ่อม ได้เปิดให้บริการเป็นรูปสหกรณ์ ตรวจซ่อมเครื่องไฟฟ้า ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เตารีดไฟฟ้า เครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์สีและขาวดำ เครื่องขยายเสียง เครื่องวิดีโอเทป งานติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร งานซ่อมเครื่องยนต์ งานซ่อมรถยนต์ ช่างโลหะ งานเชื่อม งานเคาะและพ่นสี ฯลฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ และ ประสบการณ์ในการทำงานกับเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมภายใต้ความดูแลของ พระดาบสอาจารย์โดยใกล้ชิด ปรากฏว่าได้ผลสมความมุ่งหมาย โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการตามโครงการพระดาบสมาตั้งแต่ พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึง พ.ศ. 2537 ได้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมในสาขาวิชาการต่าง ๆ รวม 329 คน และปัจจุบันได้เปิดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ รุ่นละประมาณ 40 คน หลักสูตรต่าง ๆ ที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้ว มีดังนี้
  • หลักสูตรเตรียมช่าง จำนวน 17 รุ่น
  • หลักสูตรช่างไฟฟ้าวิทยุขั้นต้นและขั้นกลาง จำนวน 17 รุ่น
  • หลักสูตรช่างเครื่องยนต์ จำนวน 16 รุ่น
  • หลักสูตรพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 1 รุ่น
  • หลักสูตรช่างประปาและเครื่องสุขภัณฑ์ จำนวน 1 รุ่น
          นอกจากหลักสูตรดังกล่าวข้างต้น พระองค์ท่านยังดำริที่จะจัดหลักสูตรทางด้านคอมพิวเตอร์ในอนาคตอีกด้วย
การบริการตรวจซ่อม ได้เปิดให้บริการรับตรวจซ่อมเครื่องไฟฟ้าได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เตารีดไฟฟ้า เครื่องรับวิทยุ เครื่องรับโทรทัศน์สีและขาวดำ เครื่องขยายเสียง เครื่องเล่นวีดีโอเทป งานติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร งานซ่อมเครื่องยนต์ งานซ่อมรถยนต์ งานช่างโลหะ งานเชื่อม งานเคาะและพ่นสี ฯลฯ และเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการทำงานกับเพิ่มรายได้ ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมภายใต้การดูแลของพระดาบส อาจารย์โดยใกล้ชิดเป็นรูปสหกรณ์ ปรากฎว่าได้ผลสมความมุ่งหมาย ในปี พ.ศ. 2537 ได้มีบุคคลภายนอกสนใจเรียกใช้บริการดังกล่าวมากถึง 1,433 ราย มี รายได้มากถึง 320,471 บาท เงินรายได้นี้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ได้จัดสรรให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเฉลี่ยตามแรงงาน เงินจำนวนนี้ทางมูลนิธิฯ ได้เก็บรวบรวมไว้และจ่ายให้ผู้ได้รับประโยชน์เมื่อเสร็จสิ้นการศึกษาแล้ว เพื่อให้เป็นทุนรอนในการ ประกอบอาชีพตั้งตัวต่อไป
 
โครงการพระดาบสสัญจร(พิเศษ) ครั้งที่  1 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 

          เนื่องด้วยมูลนิธิพระดาบสได้รับสนองพระราชดำริในการให้ความช่วยเหลือราษฎรใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา จึงเป็นที่มาของโครงการสำคัญในปี 2552 ของมูลนิธิพระดาบส จำนวน 3 โครงการ คือ โครงการคำพ่อสอน โครงการรับนักเรียนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าเรียนโรงเรียนพระดาบสและโครงการพระดาบสสัญจร
          สำหรับโครงการพระดาบสสัญจรเป็นความร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิพระดาบส และโครงการพระราชทานความช่วยเหลือของสำนักราชเลขาธิการ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดนราธิวาส โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีการอบรมความรู้เรื่องการบำรุงรักษาเครื่อง จักรกลการเกษตรแก่เกษตรกรในจังหวัดนราธิวาส ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท สยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 มีกิจกรรมสำคัญคือ ในช่วงเช้า มีพิธีปล่อยเรือประมงพื้นบ้านของราษฎรตำบลโคกเคียน โดยจะปล่อยซั้ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้วัสดุธรรมชาติพื้นบ้าน คือ ไม้ไผ่และทางมะพร้าว สำหรับเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งราษฎรอำเภอโคกเคียนได้ร่วมใจกันดำเนินการเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
     นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการมอบสิ่งของพระราชทานแด่พระสงฆ์ การมอบถุงและรถเข็นพระราชทานแก่ราษฎรผู้ยากไร้และพิการ การให้บริการทางการแพทย์ และทันตกรรมโดยโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ การมอบพระบรมฉายาลักษณ์แก่ห้องสมุดโรงเรียน มอบจักรยานพระราชทานแก่โรงเรียนตระเวนชายแดน มอบไม้เท้าค้ำยันแก่ผู้สูงอายุ มอบหนังสือ อุปกรณ์การศึกษา และทุนการศึกษาแก่นักเรียน มอบต้นกล้ายางนาพระราชทาน รวมทั้งสาธิตการเผาถ่านแกลบ สาธิตการทำน้ำข้าวกล้องงอก และไอศกรีมจากน้ำข้าวกล้องงอก โดยกรมการข้าว รวมทั้งบริการตรวจเช็ค และการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น โดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ  
          การจัดโครงการพระดาบสสัญจร (พิเศษ) ครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียงโดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนราษฎรได้ร่วมใจกันสนองพระราชดำริดังกล่าวนี้ อย่างเต็มที่